1237

รวดเร็ว รับประกัน ราคาเป็นกันเอง



กำลังโหลด กรุณารอสักครู่

ผู้ค้าก๊าซรายใหญ่-ย่อย รับมือลอยตัว “แอลพีจี” 1 ส.ค.

 

 

 

นับถอยหลังสู่วันที่ 1 ส.ค. นี้ ที่กระทรวงพลังงานจะลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจี (LPG) ทั้งระบบ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

กนกวรรณ โกมลรัตนเสถียร ผู้ค้าก๊าซหุงต้มย่านตลาดพลู ที่เปิดดำเนินกิจการมานานกว่า 30 ปี ยอมรับว่า กังวลกับทิศทางราคาก๊าซแอลพีจีหลังวันที่ 1 ส.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันที่มติลอยตัวราคาแอลพีจีทั้งระบบของกระทรวงพลังงาน จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เพราะนั่นหมายความว่า จะไม่มีการอุดหนุนส่วนต่างราคาจากภาครัฐเหมือนในอดีต ชะตากรรมของผู้ค้าจะเป็นอย่างไร กลไกตลาดโลกเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนด
เมื่อ ร้านค้าก๊าซหุงต้ม ที่ได้กำไรจากการขายเพียง 5-10 บาท/ถัง ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของทิศทางราคา ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันในธุรกิจยังรุนแรง เกิดการขายตัดราคากันเป็นระยะ ร้านบางสะแกแก๊ส ของกนกวรรณ จึงใช้ความจริงใจต่อลูกค้าและการบริการที่ดีเข้าสู้ ทำให้ยังสามารถอยู่รอดได้
อย่างไรก็ตาม การลอยตัวราคา เพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรี อาจะเกิดขึ้นได้ยากในธุรกิจแอลพีจีภาคครัวเรือน เพราะภาครัฐมีข้อกำหนดว่า ผู้ค้ารายใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาด ต้องผลิตถังก๊าซขึ้นมาใหม่ ไม่สามารถอัดก๊าซลงในถังของผู้ประกอบการรายอื่นได้ ซึ่งก็ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะถังก๊าซ 1 ใบ มีต้นทุนสูงถึง 2,000 บาท ดังนั้น รัฐจึงต้องเร่งปรับแแก้กฎหมายดังกล่าว พร้อมสร้างโรงทดสอบและควบคุมคุณภาพถังก๊าซให้ผู้ค้ารายใหม่ได้เข้ามาใช้งานในระหว่างที่กำลังตั้งตัวในอนาคตคงเป็นเรื่องยากที่จะเห็นธุรกิจแอลพีจี ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมหลักแสนล้านบาท เติบโตในระดับร้อยละ 10-15 ต่อปี เช่นในอดีต เพราะการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของพลังงานทดแทน จะทำให้แอลพีจี ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลถูดลดความสำคัญลง และกลายเป็นธุรกิจดาวร่วง หรือ Sunset ภายในเวลา 20 ปี ดังนั้น ผู้ประกอบการที่กระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้แล้ว คงทำได้เพียงปรับตัวให้เข้ากับกระแสโลกเท่านั้น

 

 

Credit by  www.sanook.com